ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศจากอิทธิพลของพายุดีเปรสชัน “ไมสัก” (MAYSAK) ร่วมกับร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้พยากรณ์อากาศวันนี้ประเทศไทยมีพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมากรวม 38 จังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนต้องเฝ้าระวังภัยธรรมชาติอย่างใกล้ชิด สรุปพิกัดสเปกสภาพอากาศและตัวเลขพื้นที่เสี่ยงภัยที่ต้องนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจเดินทางและรับมือมีดังนี้
- พื้นที่ฝนตกหนักมาก: ภาคเหนือ (แม่ฮ่องสอน, น่าน, ตาก) และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (หนองคาย, อุดรธานี, บึงกาฬ, สกลนคร, นครพนม)
- พื้นที่ฝนตกสะสมหนาแน่น: ภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองสูงสุดร้อยละ 70 ของพื้นที่ ส่วนภาคกลางและกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีเกณฑ์ฝนอยู่ที่ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่
- ความเสี่ยงภัยพิบัติทางธรรมชาติ: แจ้งเตือนพื้นที่ลุ่มและที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหล ระวังปัญหาน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากจากปริมาณน้ำฝนที่สะสมตัวในระบบ
- สภาพคลื่นลมทางทะเล: ทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือต้องงดหรือหลีกเลี่ยงการเดินเรือในจุดเสี่ยงภัย
เจาะลึกพื้นที่เสี่ยงภัยพยากรณ์อากาศวันนี้ และเส้นทางพายุดีเปรสชันไมสัก
โครงสร้างสภาพอากาศในระยะ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเคลื่อนตัวของพายุดีเปรสชันไมสักบริเวณเวียดนามตอนบน ซึ่งทำหน้าที่ดึงดูดร่องมรสุมให้พาดผ่านประเทศเมียนมาและประเทศลาว ส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังประเทศไทยตอนบน ทำให้กลุ่มเมฆฝนมีความหนาแน่นสูงและเกิดฝนตกแช่ตัวในบางพื้นที่ ประชาชนในเขตภาคเหนือและภาคอีสานตอนบนจึงต้องตรวจสอบสภาพอากาศและวางแผนงบประมาณเวลาในการเดินทางเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางน้ำท่วมขัง
ในขณะเดียวกัน มรสุมตะวันตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ส่งผลให้ภาคกลางและภาคตะวันออกมีเกณฑ์ฝนหนาแน่น โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวและพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอย่าง นครนายก, ปราจีนบุรี, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด ที่มีโอกาสเจอฝนตกหนักสูงถึง 70% ของพื้นที่ ผู้ขับขี่รถยนต์บนท้องถนนจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังจากทัศนวิสัยที่ลดลงและสภาพถนนลื่น
สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล แม้จะมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองอยู่ที่ร้อยละ 40 ของพื้นที่ แต่อุณหภูมิสูงสุดยังคงอยู่ในเกณฑ์ 32-35 องศาเซลเซียส ซึ่งอาจทำให้เกิดสภาวะอากาศอบอ้าวในช่วงบ่ายก่อนจะเกิดกลุ่มฝนเทกระหน่ำลงมา การตรวจสอบพยากรณ์อากาศรายชั่วโมงผ่านแอปพลิเคชันของกรมอุตุฯ จะช่วยให้คนเมืองสามารถจัดตารางเวลาเดินทางกลับที่พักได้อย่างปลอดภัยและลดผลกระทบจากปัญหารถติด
| ภูมิภาคเสี่ยงภัย | เปอร์เซ็นต์การเกิดฝน | จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก | อุณหภูมิสูงสุด (องศาเซลเซียส) |
| ภาคเหนือ | 60% | แม่ฮ่องสอน, น่าน, ตาก, เชียงใหม่, เชียงราย, พิษณุโลก | 31 – 35 |
| ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | 60% | หนองคาย, อุดรธานี, บึงกาฬ, สกลนคร, นครพนม, เลย | 30 – 35 |
| ภาคกลาง | 60% | กาญจนบุรี, ราชบุรี | 33 – 35 |
| ภาคตะวันออก | 70% | นครนายก, ปราจีนบุรี, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด | 31 – 34 |
| กรุงเทพฯ และปริมณฑล | 40% | พื้นที่เขตเมืองและปริมณฑลโดยรอบ | 32 – 35 |
สรุป
ภาพรวม พยากรณ์อากาศวันนี้ ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากพายุดีเปรสชันไมสักอย่างชัดเจน ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักครอบคลุม 38 จังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคตะวันออกที่มีปริมาณฝนหนาแน่นที่สุด ประชาชนควรเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน ส่วนชาวเรือในฝั่งอันดามันและอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและคำนวณงบประมาณความปลอดภัยในการออกเรืออย่างรอบคอบ