ข้อมูลจากราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ฉบับที่ 16/2569 เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 กำหนดมาตรการใหม่ให้สถาบันการเงินทุกแห่งยกระดับการตรวจสอบธุรกรรมเงินสดอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการเบิกถอนเงินสดจำนวนมากเพื่อป้องกันการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ
- วงเงิน 5 ล้านบาทต่อวัน หากมีการทำธุรกรรมเงินสดเกินเกณฑ์นี้ ธนาคารจะปรับระดับลูกค้าเป็น “ความเสี่ยงสูง” ทันที
- การตรวจสอบเข้มข้น (EDD) ลูกค้าต้องแสดงวัตถุประสงค์การใช้เงิน พร้อมหลักฐานประกอบที่น่าเชื่อถือหรือเอกสารเกี่ยวกับกิจการ/อาชีพ
- สิทธิปฏิเสธธุรกรรม ธนาคารมีอำนาจไม่ทำธุรกรรมให้ หากลูกค้าไม่มีเหตุผลเพียงพอหรือไม่สามารถแสดงเอกสารที่ชัดเจนได้
- ยืนยันตัวตนทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นหน้าเคาน์เตอร์ที่ต้องใช้บัตรประชาชน/พาสปอร์ต หรือช่องทางตู้ ATM/ADM ที่ต้องใช้ระบบความปลอดภัยสูง เช่น PIN, OTP หรือข้อมูลชีวมิติ (Biometrics)
เจาะลึกเกณฑ์ใหม่ ธปท. ทำไมต้องคุมเข้มการถอนเงินสดจำนวนมาก
การขยับตัวของธนาคารแห่งประเทศไทยในครั้งนี้ถือเป็นการปิดช่องโหว่สำคัญของเส้นทางการเงินที่ติดตามยากอย่าง “เงินสด” ซึ่งมักถูกใช้เป็นเครื่องมือในกระบวนการฟอกเงิน ภัยทุจริตดิจิทัล และอาชญากรรมข้ามชาติ มาตรการนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การจำกัดสิทธิ แต่เป็นการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยให้ระบบสถาบันการเงินไทยมีความน่าเชื่อถือในระดับสากล โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ทำธุรกิจเงินสดเป็นหลักจะต้องปรับตัวและเตรียมเอกสารประกอบธุรกรรมให้พร้อมมากกว่าเดิม
สำหรับผู้ที่มีความจำเป็นต้องถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาทในหนึ่งวัน จะต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในระดับเข้มข้น (Enhanced Customer Due Diligence) ซึ่งธนาคารจะสอบถามถึงแหล่งที่มาของเงินและปลายทางของเงินอย่างละเอียด หากเป็นเจ้าของธุรกิจ การเตรียมใบแจ้งหนี้ (Invoice) สัญญาจ้าง หรือหลักฐานการซื้อขายสินค้าจะช่วยให้การทำธุรกรรมไหลลื่นขึ้นและไม่ถูกปฏิเสธจากทางธนาคาร
ในส่วนของการทำธุรกรรมทั่วไปผ่านตู้ ATM หรือ ADM ประกาศฉบับนี้ยังเน้นย้ำถึงความปลอดภัยทางชีวมิติ (Biometrics) และการยืนยันตัวตนหลายชั้น ซึ่งหมายความว่าในอนาคตอันใกล้ การทำธุรกรรมที่มียอดสูงผ่านตู้สาขาอาจมีการเรียกถามรหัสผ่านหรือการสแกนใบหน้าควบคู่ไปด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าเจ้าของบัญชีเป็นผู้ดำเนินการเองจริง ลดความเสี่ยงจากกรณีบัญชีม้าหรือการถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงิน
ขั้นตอนการเตรียมตัวเมื่อต้องทำธุรกรรมเงินสดวงเงินสูง
เพื่อให้การทำธุรกรรมที่สาขาธนาคารเป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่ติดปัญหาข้อกฎหมายใหม่ ผู้ใช้บริการควรดำเนินการตามแนวทางดังนี้
| สิ่งที่ต้องเตรียม | รายละเอียดที่ต้องแสดงต่อเจ้าหน้าที่ธนาคาร |
| หลักฐานแสดงตัวตน | บัตรประชาชน (ฉบับจริง) หรือพาสปอร์ต และข้อมูลที่อัปเดต เช่น เบอร์โทรศัพท์/อีเมล |
| วัตถุประสงค์การใช้เงิน | แจ้งรายละเอียดชัดเจนว่านำเงินไปทำอะไร เช่น ซื้อที่ดิน, จ่ายค่าสินค้า, หรือใช้ในธุรกิจ |
| หลักฐานประกอบ | สัญญาซื้อขาย, ใบสำคัญจ่าย, หรือเอกสารจดทะเบียนบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ |
| ข้อมูลกิจการ | กรณีเป็นลูกค้าใหม่หรือนิติบุคคล ต้องแจ้งสถานที่ทำงานหรือที่ตั้งกิจการที่ตรวจสอบได้ |
สรุปภาพรวมประกาศ ธปท. ฉบับล่าสุด
หลักเกณฑ์ใหม่ของ ธปท. มุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบธุรกรรมเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปต่อวัน โดยกำหนดให้เป็นกลุ่มความเสี่ยงสูงที่ต้องมีหลักฐานประกอบการถอนอย่างชัดเจน หากเอกสารไม่ครบธนาคารสามารถปฏิเสธการทำธุรกรรมได้ทันที ทั้งนี้เพื่อป้องกันภัยทุจริตและยกระดับความปลอดภัยของระบบการเงินไทยให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ