อีลอน มัสก์ เตือน AI บนโลกถึงทางตันใน 3 ปี เตรียมย้ายฐานสู่ “อวกาศ” แก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน

อีลอน มัสก์ เผย AI บนโลกจะถึงทางตันใน 3 ปีเนื่องจากวิกฤตพลังงานไฟฟ้า พร้อมเปิดแผนย้ายศูนย์ข้อมูลสู่ “อวกาศ” ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ 24 ชม. ลดต้นทุนได้ 10 เท่า

อีลอน มัสก์ เตือน AI บนโลกถึงทางตันใน 3 ปี เตรียมย้ายฐานสู่ “อวกาศ” แก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน

ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ในรายการ Dwarkesh Podcast เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ได้ออกมาพยากรณ์จุดเปลี่ยนสำคัญว่า ภายใน 30-36 เดือนข้างหน้า การพัฒนา AI บนพื้นโลกจะเผชิญกับภาวะทางตันด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเขามองว่า “อวกาศ” คือคำตอบเดียวที่จะช่วยให้เทคโนโลยีนี้ก้าวข้ามขีดจำกัดไปได้

สรุปประเด็นสำคัญจากวิสัยทัศน์ของ อีลอน มัสก์

  • กรอบเวลา: ภายใน 2.5 – 3 ปี (ไม่เกินปี 2572) อวกาศจะเป็นสถานที่ที่คุ้มค่าที่สุดในการวางระบบประมวลผล AI
  • ปัญหาหลัก: พลังงานไฟฟ้าบนโลกโตไม่ทันความต้องการของ AI โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ที่อาจต้องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก 0.5 เป็น 1 เทราวัตต์
  • ประสิทธิภาพ: แผงโซลาร์เซลล์ในอวกาศผลิตไฟได้มากกว่าบนโลกถึง 5 เท่า และทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องใช้แบตเตอรี่สำรอง
  • ทางออกเชิงธุรกิจ: มัสก์ได้ควบรวม SpaceX และ xAI เข้าด้วยกันเพื่อสร้างอาณาจักรเทคโนโลยีมูลค่า 1.25 ล้านล้านดอลลาร์ มุ่งเป้าส่งดาวเทียมศูนย์ข้อมูลขึ้นสู่วงโคจรนับล้านดวง

ทำไม AI ถึงต้องย้ายสำมะโนครัวไปอยู่นอกโลก?

ปัญหาใหญ่ที่สุดไม่ใช่เรื่องชิปประมวลผล แต่คือ “พลังงาน” มัสก์ชี้ให้เห็นว่าการผลิตชิป AI นั้นเติบโตแบบก้าวกระโดด แต่การผลิตไฟฟ้าทั่วโลก (ยกเว้นจีน) ค่อนข้างคงที่ หากเรายังฝืนขยายศูนย์ข้อมูลบนโลกต่อไป เราจะเผชิญกับเพดานการใช้พลังงานที่ไม่สามารถสร้างเพิ่มได้ทันตามกฎระเบียบและข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ การระบายความร้อนของเซิร์ฟเวอร์ขนาดยักษ์ยังต้องใช้น้ำในปริมาณมหาศาลซึ่งส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติอย่างรุนแรง

การย้ายไปติดตั้งในอวกาศจึงเป็นการปลดล็อกข้อจำกัดเหล่านี้โดยสิ้นเชิง ในอวกาศไม่มีชั้นบรรยากาศมาขวางกั้นแสงแดด (ลดการสูญเสียพลังงานไป 30%) ไม่มีเมฆ และไม่มีวงจรกลางวัน-กลางคืนที่ทำให้ต้องพึ่งพาแบตเตอรี่เก็บไฟราคาแพง มัสก์คำนวณว่าต้นทุนการประมวลผลในอวกาศจะถูกกว่าบนโลกถึง 10 เท่า เมื่อโครงข่ายดาวเทียมและจรวด Starship พร้อมใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ Matt Garman CEO ของ AWS (Amazon) ได้ออกมาโต้แย้งว่าการย้าย Data Center ไปอวกาศยังไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เนื่องจากค่าขนส่งอุปกรณ์ขึ้นสู่วงโคจรยังสูงเกินไป แต่ในขณะเดียวกัน Sundar Pichai จาก Google กลับมีท่าทีสอดคล้องกับมัสก์ โดยเปิดตัว Project Suncatcher เพื่อทดสอบศูนย์ข้อมูลในอวกาศเช่นกัน สะท้อนให้เห็นว่ายักษ์ใหญ่เทคโนโลยีกำลังมองหา “ทางรอด” นอกโลกกันอย่างจริงจัง

สรุปภาพรวมอนาคต AI และอวกาศ

การที่อีลอน มัสก์ ฟันธงว่า AI บนโลกจะถึงทางตันใน 3 ปี ไม่ใช่การบอกว่าเทคโนโลยีจะหยุดพัฒนา แต่เป็นการเตือนว่า “โครงสร้างพื้นฐานบนดิน” กำลังจะรับไม่ไหว การควบรวม SpaceX กับ xAI คือยุทธศาสตร์สำคัญที่จะใช้ความได้เปรียบด้านการขนส่งอวกาศ มาสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งหากทำสำเร็จ อวกาศจะกลายเป็นสมรภูมิหลักของการประมวลผลข้อมูลที่ยิ่งใหญ่กว่าบนโลกหลายเท่าตัว