ข้อมูลจากศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่า ภาวะไขมันในเลือดสูงไม่ได้เกิดจากน้ำหนักตัวเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่พฤติกรรมการกินที่สะสมไขมันคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์จนเกินขีดจำกัด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองตีบ
ประเด็นสำคัญที่ต้องรู้เพื่อลดความเสี่ยง
- ไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์: เป็นตัวการหลักในน้ำมันปาล์ม กะทิ เนยเทียม และเบเกอรี่ ที่เพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL)
- แหล่งคอเลสเตอรอลสูง: พบมากในเครื่องในสัตว์ ไข่แดง ปลาหมึก และหอยนางรม ซึ่งควรจำกัดการทาน
- อาหารกลุ่มแป้งและน้ำตาล: ร่างกายสามารถเปลี่ยนพลังงานส่วนเกินจากแป้งและแอลกอฮอล์ให้กลายเป็นไขมันไตรกลีเซอไรด์ได้
- การปรับเมนูอาหาร: เปลี่ยนจากการทอด/ผัด เป็นการต้ม นึ่ง อบ และเลือกใช้ไขมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันรำข้าวหรือน้ำมันมะกอกแทน
เจาะลึกอาหารอันตรายที่คนไขมันสูงต้องระวัง
ในทางการแพทย์ ภาวะไขมันในเลือดสูงไม่ได้หมายถึง แค่คอเลสเตอรอล แต่รวมถึงไตรกลีเซอไรด์ด้วย โดยคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) จะเข้าไปเกาะตามผนังหลอดเลือดจนเกิดการอุดตัน ส่วนคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) จะทำหน้าที่เหมือนรถเก็บขยะที่ช่วยนำไขมันส่วนเกินไปทำลายที่ตับ ดังนั้นเป้าหมายของการคุมอาหารคือการลด LDL และเพิ่ม HDL ไปพร้อมกัน
กลุ่มอาหารที่ต้องจำกัดอย่างจริงจังคือ “ไขมันอิ่มตัว” จากสัตว์และพืชบางชนิด เช่น น้ำมันหมู น้ำมันวัว กะทิ และ “ไขมันทรานส์” ที่อยู่ในโดนัท คุกกี้ และขนมกรุบกรอบ ไขมันเหล่านี้ไม่เพียงแต่เพิ่มไขมันเลว แต่ยังไปลดไขมันดีในร่างกาย ทำให้หลอดเลือดเสื่อมสภาพเร็วขึ้น การเลือกทานเนื้อสัตว์ควรเน้นส่วนที่ไม่ติดมัน เช่น อกไก่ หรือเนื้อปลา และเลี่ยงเนื้อสัตว์แปรรูปอย่างไส้กรอกหรือกุนเชียงที่มีไขมันแฝงสูงมาก
สำหรับการปรับพฤติกรรมเพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ควรหันมาบริโภคข้าวไม่ขัดสีและผักใบเขียวให้ได้ 3-5 ทัพพีต่อวัน เพราะใยอาหารจะช่วยขัดขวางการดูดซึมไขมันเข้าสู่กระแสเลือด นอกจากนี้การออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ ควบคู่กับการงดสูบบุหรี่ จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างไขมันดี (HDL) ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
สรุปแนวทางลดไขมันในเลือด
การป้องกันและรักษาภาวะไขมันในเลือดสูงเริ่มได้จากการเลือกทานไขมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันรำข้าว แทนไขมันสัตว์และกะทิ พร้อมทั้งจำกัดการทานอาหารทะเลและเครื่องในสัตว์ที่มีคอเลสเตอรอลสูง หากทำควบคู่กับการคุมน้ำหนักและออกกำลังกาย จะช่วยลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดตีบตันได้อย่างมีนัยสำคัญ