อุ้ม ทวีพร แชร์อุทาหรณ์ซีสต์แตก เลือดนองท้อง 1 ลิตร ผ่าตัดด่วน
อุ้ม ทวีพร เล่าประสบการณ์นาทีชีวิต ซีสต์แตกเลือดไหลในช่องท้องจนหูดับ เตือนผู้หญิงปวดท้องอย่าทน อันตรายถึงชีวิต ต้องตรวจภายในทุกปี
ประสบการณ์จริงจาก “อุ้ม ทวีพร” กลายเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้หญิงทุกคน หลังเจ้าตัวมีอาการปวดท้องรุนแรงแต่พยายามอดทนจนถึงขีดสุด ก่อนจะตรวจพบว่า ซีสต์แตก ส่งผลให้เลือดไหลนองในช่องท้องนับลิตรจนต้องเข้าผ่าตัดด่วนทันที โดยมีสรุปประเด็นสำคัญเพื่อการสังเกตอาการดังนี้
- อาการเริ่มต้น ปวดท้องตั้งแต่ช่วงเย็น กินยาแก้ปวดแล้วทุเลาแต่ไม่หายขาด จนเริ่มมีอาการท้องแข็ง แขม่วพุงไม่ได้ และเจ็บทุกครั้งที่หายใจ
- ภาวะวิกฤต ผล CT Scan พบเลือดเต็มช่องท้องและกระจายไปถึงตับ โดยค่าเลือด (Hematocrit) ลดลงเหลือเพียง 27 จากค่าปกติของผู้หญิงที่ควรอยู่ที่ 35
- การรักษาด่วน แพทย์ตัดสินใจผ่าตัดส่องกล้องเปิดแผล 4 จุด เพื่อล้างช่องท้องและตัดก้อนซีสต์ขนาด 10 เซนติเมตรออก เนื่องจากเลือดไม่หยุดไหล
- ข้อแนะนำสำคัญ อวัยวะภายในเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า การตรวจภายในเป็นประจำทุกปีจึงจำเป็นมาก เพราะอาการอาจแสดงผลแบบเฉียบพลันแม้ก่อนหน้าจะใช้ชีวิตได้ตามปกติ
สัญญาณเตือนซีสต์แตก ปวดท้องแบบไหนที่ไม่ควรทน
จากเคสของอุ้ม ทวีพร ชี้ให้เห็นว่าภาวะซีสต์ในรังไข่แตก (Ruptured Ovarian Cyst) อาจแฝงตัวมาในรูปแบบอาการปวดท้องที่ดูเหมือนจะทนได้ในตอนแรก แต่อาการ “ท้องแข็ง” และ “หายใจแล้วเจ็บ” คือสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าเริ่มมีสิ่งแปลกปลอมหรือของเหลวรั่วไหลเข้าไปรบกวนระบบภายในช่องท้อง ซึ่งในเคสนี้เลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมากจนทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะช็อกได้
การวินิจฉัยเบื้องต้นมักมีความใกล้เคียงกับอาการไส้ติ่งอักเสบ เนื่องจากตำแหน่งความเจ็บปวดอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน แพทย์จึงจำเป็นต้องใช้วิธีการ CT Scan หรืออัลตราซาวด์เพื่อยืนยันต้นตอที่แท้จริง ซึ่งในกรณีนี้พบว่าเป็นก้อนเนื้อตรงมดลูกที่แตกออกจนทำให้ค่าการติดเชื้อในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
บทเรียนสำคัญจากเรื่องนี้คือ “การอดทนไม่ใช่คำตอบ” ของปัญหาสุขภาพ อุ้มระบุว่าก่อนเกิดอาการเธอยังไปคาเฟ่และใช้ชีวิตได้ปกติ แต่เมื่อซีสต์ขนาด 10 เซนติเมตรแตกออก ทุกอย่างก็วิกฤตทันที การตรวจสุขภาพภายในอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นทางเดียวที่จะช่วยตรวจพบก้อนเนื้อหรือซีสต์ก่อนที่จะเกิดการแตกหรือบิดขั้วจนเป็นอันตรายถึงชีวิต
ตารางเปรียบเทียบอาการปวดท้องทั่วไป vs อาการวิกฤต
| ลักษณะการปวด | ปวดท้องปกติ / ประจำเดือน | ปวดท้องจากซีสต์แตก / ภายใน |
| ระดับความเจ็บ | ปวดหน่วงๆ กินยาแล้วหายขาด | ปวดลึก ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ |
| อาการทางกายภาพ | ท้องนิ่ม เคลื่อนไหวได้ปกติ | ท้องแข็ง แขม่วไม่ได้ เจ็บเมื่อขยับตัว |
| ระบบหายใจ | ปกติ | หายใจเข้าลึกๆ แล้วเจ็บเสียด |
| การตอบสนองต่อยา | อาการดีขึ้นและหายไป | ยาแค่ช่วยบรรเทาชั่วคราวแต่ไม่หายปวด |
สรุป
อุ้ม ทวีพร ย้ำเตือนว่าผู้หญิงทุกคนควรให้ความสำคัญกับการตรวจภายในประจำปี เพราะโรคเกี่ยวกับมดลูกและรังไข่มักไม่แสดงอาการเตือนที่ชัดเจนจนกว่าจะถึงขั้นวิกฤต หากมีอาการปวดท้องรุนแรง ท้องแข็ง หรือเจ็บขณะหายใจ ให้รีบพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงขีดสุด เพราะการผ่าตัดด่วนมีภาวะเสี่ยงสูงกว่าการตรวจพบและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ