8 นโยบายภูมิใจไทย 2569 ลงทุน 1.48 แสนล้าน แก้หนี้-ลดค่าไฟ
เจาะลึก 8 นโยบายเรือธงพรรคภูมิใจไทย ปี 2569 งบ 1.48 แสนล้าน เน้นลดค่าไฟ 3 บาท สานต่อคนละครึ่ง พลัส และดึงมืออาชีพบริหารประเทศเพื่อกระตุ้น GDP
ข้อมูลจากสำนักข่าวอินโฟเควสท์และรายงานนโยบายที่เสนอต่อ กกต. ระบุว่า นโยบายพรรคภูมิใจไทยเตรียมขับเคลื่อนประเทศด้วยงบประมาณรวม 148,326 ล้านบาท โดยเน้นความคุ้มค่าและการใช้จ่ายที่ตรงจุดผ่าน 8 นโยบายหลักที่ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง สรุปประเด็นสำคัญที่ประชาชนจะได้รับดังนี้:
- ลดค่าครองชีพ: ล็อกค่าไฟเหลือหน่วยละ 3 บาท (สำหรับ 200 หน่วยแรก) ช่วยเหลือ 22 ล้านครัวเรือน
- กระตุ้นเศรษฐกิจ: สานต่อโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” คาดสร้างเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 80,000 ล้านบาท
- สวัสดิการชุมชน: จ้างพยาบาลอาสาดูแลผู้สูงวัย 1 หมู่บ้าน 1 คน และปรับปรุงระบบทหารอาสาแทนการเกณฑ์ทหาร
- การเข้าถึงเทคโนโลยี: มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าผ่อนเพียงเดือนละ 300 บาท และแพลตฟอร์มเรียนฟรีมีงานทำ
วิเคราะห์ความคุ้มค่าและที่มาของงบประมาณ 1.48 แสนล้าน

จากการวิเคราะห์โครงสร้างงบประมาณ พรรคภูมิใจไทยเลือกใช้แนวทาง “เกลี่ยงบประมาณ” จากส่วนที่มีความจำเป็นน้อยหรือซ้ำซ้อนมาใช้ในโครงการใหม่ถึง 97% ของวงเงินทั้งหมด ทำให้ไม่เกิดภาระหนี้สาธารณะที่เกินตัว โดยเฉพาะนโยบาย “รัฐมนตรีมืออาชีพ” ที่ดึงตัวจริงจากภาคเอกชนและเทคโนแครต เช่น นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เข้ามาบริหารกระทรวงเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ไม่ต้องใช้งบประมาณแต่สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้ทันที
ในส่วนของนโยบายพลังงาน การตั้งเป้าค่าไฟ 3 บาทต่อหน่วย จะเน้นการตัดภาษีซ้ำซ้อนและลดค่าดำเนินการที่ไม่จำเป็น ควบคู่ไปกับการส่งเสริมพลังงานสะอาด ซึ่งจะทำงานสอดรับกับนโยบายมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าผ่อนถูก เพื่อดันประเทศไทยเข้าสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 และลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ
ด้านความมั่นคงและคุณภาพชีวิต การสร้างกำแพงชายแดนไทย-กัมพูชา วงเงิน 866 ล้านบาท ถูกมองว่าเป็นภารกิจเร่งด่วนเพื่อสกัดกั้นแรงงานเถื่อนและยาเสพติด ซึ่งมีความคุ้มค่าสูงเมื่อเทียบกับต้นทุนทางสังคมที่ต้องสูญเสียไปกับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ขณะที่การศึกษาจะเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบผ่าน Learning Passport ที่เชื่อมโยงการเรียนเข้ากับการจ้างงานจริงของภาคเอกชน
ตารางสรุป 8 นโยบายเรือธงและงบประมาณดำเนินการ
| นโยบายหลัก | วงเงินงบประมาณ (ล้านบาท) | ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ |
| รัฐมนตรีมืออาชีพ | ไม่ใช้งบประมาณ | ทีมบริหารระดับสากล สร้างความเชื่อมั่น |
| ค่าไฟฟ้า 3 บาท | 63,360 / ปี | ลดรายจ่ายไฟฟ้า 200 หน่วยแรกทันที |
| คนละครึ่ง พลัส | 44,000 (รัฐร่วมจ่าย) | เพิ่มกำลังซื้อ กระตุ้นร้านค้ารายย่อย |
| ทหารอาสา | 22,700 / ปี | สมัครใจรบแทนการเกณฑ์ มีสวัสดิการเด่น |
| พยาบาลอาสา | 13,500 / ปี | ดูแลผู้สูงวัยถึงบ้าน 75,000 หมู่บ้าน |
| มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า | 3,200 / ปี | ผ่อนเดือนละ 300 บาท ลดมลพิษ PM 2.5 |
| สร้างกำแพงชายแดน | 866 | ป้องกันยาเสพติดและแรงงานเถื่อน |
| การศึกษาเท่าเทียม | 700 (ปีแรก) | เรียนฟรีออนไลน์ เรียนจบมีงานทำชัวร์ |
สรุปภาพรวมนโยบาย “พูดแล้วทำ พลัส”
จุดเด่นของชุดนโยบายนี้คือการมุ่งเน้นผลลัพธ์ระยะสั้นที่จับต้องได้อย่าง “คนละครึ่ง พลัส” และ “ค่าไฟ 3 บาท” ควบคู่ไปกับการปฏิรูปโครงสร้างระยะยาวทั้งระบบการศึกษาและกองทัพ โดยมีการระบุแหล่งที่มาของเงินทุนชัดเจน ทั้งจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี การร่วมทุน (PPP) และกองทุนหมุนเวียน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงทางการคลังและสร้างความต่อเนื่องในการบริหารราชการแผ่นดิน
Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับนโยบายภูมิใจไทย 2569
คนละครึ่ง พลัส ต่างจากเวอร์ชันเดิมอย่างไร? เวอร์ชันนี้เน้นการอัปเกรดระบบเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ และมีการเชื่อมโยงทักษะ Up-skill/Re-skill ให้กับร้านค้าเพื่อเพิ่มช่องทางขายออนไลน์ โดยรัฐยังคงช่วยจ่าย 50% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง
ค่าไฟ 3 บาท มีเงื่อนไขการใช้งานอย่างไรบ้าง? สิทธิ์นี้จะครอบคลุม 22 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ โดยจำกัดเฉพาะการใช้งาน 200 หน่วยแรกต่อเดือนเท่านั้น หากใช้เกินกว่านี้จะคิดตามอัตราปกติ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนรู้จักประหยัดพลังงานไปในตัว
พยาบาลอาสา 1 หมู่บ้าน 1 คน จะทำงานร่วมกับ อสม. อย่างไร? พยาบาลอาสาจะเป็นตำแหน่งจ้างงานใหม่ที่เน้นดูแลผู้สูงวัยโดยตรง (สัญญาจ้าง 4 ปี) โดยจะทำงานเสริมทัพร่วมกับระบบสาธารณสุขเดิมเพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาล และสร้างความมั่นใจให้ลูกหลานที่ไปทำงานนอกพื้นที่