ข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของ Apple ระบุว่า iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Apple Event “Surprise and Shine” การอัปเกรดครั้งนี้มุ่งเน้นระบบกล้องระดับโปร ฮาร์ดแวร์ภายใน และการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- กล้องหลัก 48MP เพิ่มเลนส์ปรับรูรับแสงได้ (variable aperture) ครั้งแรก ปรับแสงและระยะชัดลึกได้สมบูรณ์แบบ
- ชิปเซต A20 Pro ทำงานร่วมกับ Neural Engine แบบคู่ เร่งความเร็วการประมวลผลระบบ AI บนตัวเครื่อง
- ระบบระบายความร้อน Vapor Chamber ดีไซน์ใหม่ ช่วยลดความร้อนสะสม รองรับการใช้งานหนักต่อเนื่อง
- Dynamic Island ขนาดเล็กลง แสดงผลการทำงานล่วงหน้า (Live Activities) ได้พร้อมกันสูงสุด 3 รายการ
- ตัวเรือนอะลูมิเนียมประกบกระจก Ceramic Shield ปรับโทนสีให้กลมกลืน พร้อมสีไฮไลต์ใหม่ Dark Cherry
นวัตกรรมกล้องใหม่ เลนส์ปรับรูรับแสงเพื่อการถ่ายภาพระดับมืออาชีพ
การเปลี่ยนแปลงสำคัญของ iPhone 18 Pro คือการยกเลิกระบบรูรับแสงคงที่แบบเดิม แล้วแทนที่ด้วยกล้องหลัก Fusion 48MP ที่รองรับการปรับขนาดรูรับแสง (variable aperture) กลไกภายในใช้ใบเบลดขนาดเล็กปรับรับแสงได้ตั้งแต่ f/1.48 ถึง f/4.0 ช่วยแก้ปัญหาการถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อย ในขณะเดียวกัน เมื่อใช้ค่า f/4.0 ในที่แสงจัด จะช่วยให้ได้ภาพที่มีความคมชัดสูงและเก็บรายละเอียดฉากหลังได้กว้างขึ้น นอกจากนี้ในแอปกล้องยังมีโหมด Pro Control สำหรับปรับค่าโฟกัสด้วยตัวเอง (Manual Focus) และตรวจสอบค่าแสง (Exposure Scopes) เพิ่มความสะดวกให้สายสร้างสรรค์คอนเทนต์
การทำงานด้านวิดีโอและภาพนิ่งยังเสริมด้วยเลนส์เทเลโฟโต้ Fusion ระยะซูม 4 เท่าและ 8 เท่า ควบคู่กับฟีเจอร์ Photographic Styles ที่ควบคุม Texture ของภาพได้ละเอียดขึ้น ในส่วนของระบบปฏิบัติการ Siri ถูกปรับดีไซน์ใหม่ให้สามารถเรียกใช้งานแยกเป็นแอปพลิเคชันบนหน้าจอหลัก สั่งงานข้ามแอปได้ราบรื่นยิ่งขึ้นผ่านความสามารถของชิป A20 Pro ที่ขยายแบนด์วิธความจำและเพิ่มสถาปัตยกรรมระบายความร้อน vapor chamber ทำให้เครื่องไม่ร้อนง่ายและใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานที่สุดเท่าที่เคยมีมา
iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ชูจุดเด่นด้วยกล้องรูรับแสงปรับได้ ชิปเซต A20 Pro และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานกว่าเดิม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เน้นการถ่ายภาพ การทำงานสายวิดีโอระดับมืออาชีพ หรือต้องการอัปเกรดมือถือประสิทธิภาพสูงเพื่อรองรับงาน AI ในระยะยาว