ผลวิจัยยุโรปสุ่มตรวจหูฟัง 81 รุ่น พบสารพิษ 98% เสี่ยงมะเร็ง

รายงานจาก ToxFree LIFE for All เผยหูฟัง 98% พบสาร BPA และสารก่อมะเร็ง เสี่ยงซึมเข้าผิวหนังผ่านเหงื่อและความร้อน เตือนกลุ่มวัยรุ่นเสี่ยงฮอร์โมนผิดปกติ

ผลวิจัยยุโรปสุ่มตรวจหูฟัง 81 รุ่น พบสารพิษ 98% เสี่ยงมะเร็ง

ข้อมูลจากสำนักข่าวเดอะการ์เดียน (The Guardian) รายงานผลการวิจัยจากโครงการ “ToxFree LIFE for All” ในยุโรป ซึ่งทำการสุ่มตรวจหูฟังทั้งแบบ In-ear และ Over-ear จำนวน 81 รุ่น พบข้อเท็จจริงที่น่ากังวลว่าอุปกรณ์ที่สวมใส่ใกล้ชิดร่างกายเป็นเวลานานมีสารเคมีอันตรายปนเปื้อนในสัดส่วนที่สูงมาก ดังนี้

  • สารบิสฟีนอลเอ (BPA) ตรวจพบสูงถึง 98% ของกลุ่มตัวอย่าง และพบสารทดแทน BPS มากกว่า 75% ซึ่งเป็นสารรบกวนการทำงานของต่อมไร้ท่อ
  • ปัจจัยเสี่ยงจากเหงื่อและความร้อน การใช้งานขณะออกกำลังกายเป็นตัวเร่งให้สารเคมีซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น
  • ผลกระทบแบบค็อกเทล (Cocktail Effect) แม้สารแต่ละชนิดจะมีปริมาณน้อยไม่เกินค่ามาตรฐาน แต่เมื่อสะสมรวมกันจะเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งและภาวะมีบุตรยาก
  • กลุ่มเปราะบาง เด็กและวัยรุ่นมีความเสี่ยงสูงที่สุด โดยสารพิษอาจทำให้เด็กหญิงเข้าสู่วัยสาวเร็วผิดปกติ และส่งผลเสียต่อระบบสืบพันธุ์ในเพศชาย

อันตรายจากสารเคมีถาวรในหูฟังและกลไกการซึมเข้าสู่ร่างกาย

นางคาโรลินา แบรบโควา ผู้เชี่ยวชาญด้านสารเคมีระบุว่า สารเคมีที่ตรวจพบในหูฟังไม่ใช่เพียงส่วนประกอบในการผลิตที่คงสภาพอยู่กับที่ แต่สามารถหลุดลอกและซึมเข้าสู่ร่างกายได้โดยตรง โดยเฉพาะเมื่อร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้นหรือมีเหงื่อออกจากการใช้งานเป็นประจำ สารเหล่านี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “สารเคมีถาวร” (Forever Chemicals) ที่ย่อยสลายยากและสะสมในร่างกายระยะยาว

สารพิษหลักที่พบอย่าง BPA และ Phthalates มีคุณสมบัติเลียนแบบฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งจะเข้าไปรบกวนระบบการเจริญเติบโตและพัฒนาการทางระบบประสาท นอกจากนี้ยังพบสารกลุ่มพาราฟินคลอรีนที่ส่งผลเสียต่อตับและไต รวมถึงสารหน่วงไฟที่รบกวนระบบต่อมไร้ท่อ ซึ่งไม่มีระดับความเข้มข้นที่เรียกว่า “ปลอดภัย” สำหรับร่างกายมนุษย์ เนื่องจากสารเหล่านี้จะเข้าไปแย่งที่การทำงานของฮอร์โมนธรรมชาติทันทีที่เข้าสู่กระแสเลือด

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการสะสมในระยะยาว แม้การใส่หูฟังเพียงครั้งคราวจะไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพแบบเฉียบพลัน แต่สำหรับผู้ที่ใส่หูฟังทำงานหรือออกกำลังกายวันละหลายชั่วโมง ร่างกายจะได้รับสารพิษอย่างต่อเนื่องจนเกิดการสะสมที่อาจนำไปสู่โรคอ้วน ภาวะมีบุตรยาก และโรคมะเร็งในอนาคต โดยที่แบรนด์ผู้ผลิตส่วนใหญ่ยังไม่มีการออกมาตรการแก้ไขหรือชี้แจงต่อรายงานฉบับนี้อย่างเป็นทางการ

สรุปประเด็นคือ ผลวิจัยหูฟังพบสารพิษ ปนเปื้อนเกือบ 100% ของรุ่นที่สุ่มตรวจ โดยสาร BPA และสารเคมีอันตรายอื่นๆ สามารถซึมเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านความร้อนและเหงื่อ ผู้ใช้งานจึงควรระมัดระวังการสวมใส่ต่อเนื่องเป็นเวลานานเพื่อลดการสะสมของสารก่อมะเร็ง